รีวิวซีรีส์ รีวิว

เมื่อเลือดแซกซันและไวกิ้งหลอมรวม: ‘เดอะ ลาสต์ คิงดอม’ ซีรีส์สงครามที่มากกว่าแค่ดาบและโล่

จากเด็กแซกซันที่ถูกไวกิ้งเลี้ยงดู สู่ตำนานผู้ทวงคืนแผ่นดินเกิด ‘เดอะ ลาสต์ คิงดอม’ คือซีรีส์ที่ผสมผสานความเข้มข้นของสงคราม การเมือง และตัวตนที่แตกแยกไว้อย่างลงตัว

A
Admin
13 มิ.ย. 2026 · 4 นาทีอ่าน
👁 6
เดอะ ลาสต์ คิงดอม
เดอะ ลาสต์ คิงดอม
The Last Kingdom
📅 2015 📺 5 ซีซัน · 46 ตอน 🎬 บู๊, ผจญภัย, หนังชีวิต, สงครามและการเมือง
8.3
/ 10
คะแนนจาก TMDB

หากคุณกำลังมองหาซีรีส์ที่เต็มไปด้วยดาบ โล่ การเมือง และการต่อสู้เพื่ออัตลักษณ์ ‘เดอะ ลาสต์ คิงดอม’ (The Last Kingdom) คือคำตอบที่สมบูรณ์แบบ ซีรีส์ที่ดัดแปลงจากนวนิยายชุด The Saxon Stories ของเบอร์นาร์ด คอร์นเวลล์ นำเสนอเรื่องราวของอูเทร็ดแห่งเบบบันเบิร์ก ชายผู้ถูกฉีกระหว่างสองโลก — เกิดเป็นแซกซันแต่โตมากับชาวเดนมาร์ก — และต้องเดินทางเพื่อทวงคืนแผ่นดินบรรพบุรุษของตน

เนื้อเรื่องย่อ (ไม่สปอยล์ตอนจบ)

เรื่องราวเริ่มต้นในศตวรรษที่ 9 เมื่ออังกฤษยังแตกเป็นอาณาจักรเล็ก ๆ และถูกคุกคามโดยชาวไวกิ้งเดนมาร์ก อูเทร็ด บุตรชายของขุนนางแซกซันแห่งเบบบันเบิร์ก ถูกจับเป็นเชลยตั้งแต่เด็กและเติบโตในค่ายของเอิร์ลแร็กนาร์ผู้เป็นไวกิ้ง เขาซึมซับวิถีนักรบเดนมาร์ก แต่เมื่อครอบครัวบุญธรรมถูกสังหาร เขาจึงต้องเลือกว่าจะยืนอยู่ข้างไหน ซีรีส์ติดตามการเดินทางของอูเทร็ดในการทวงคืนมรดกของเขา ขณะเดียวกันก็กลายเป็นกุญแจสำคัญในการรวมชาติอังกฤษภายใต้กษัตริย์อัลเฟร็ดมหาราช การเล่าเรื่องดำเนินผ่าน 5 ซีซันโดยไม่รีบร้อน ทำให้ผู้ชมซึมซับความซับซ้อนของความสัมพันธ์และสงครามที่เปลี่ยนแปลงไป

งานการแสดงและตัวละคร

อเล็กซานเดอร์ เดรย์มอนในบทอูเทร็ดคือหัวใจของซีรีส์ เขาสื่อถึงความดิบเถื่อนและความเปราะบางได้อย่างสมดุล ขณะที่ตัวละครสมทบอย่างฟินัน (มาร์ก โรว์ลีย์) มอบมิตรภาพที่อบอุ่นท่ามกลางสนามรบ เดวิด ดอว์สันรับบทอัลเฟร็ดมหาราชได้อย่างน่าจดจำ — กษัตริย์ผู้เคร่งศาสนาแต่เฉลียวฉลาดในการเมือง เอมิลี ค็อกซ์ในบทบริดาแสดงให้เห็นถึงการเปลี่ยนแปลงจากสาวไวกิ้งผู้ภักดีสู่ศัตรูที่ขมขื่นได้อย่างทรงพลัง ซีรีส์ให้เวลากับการพัฒนาตัวละครทุกตัว แม้กระทั่งตัวร้ายอย่างแอเธลวอลด์ (แฮร์รี แมกเคนไทร์) ก็มีแรงจูงใจที่ซับซ้อน

งานกำกับ ภาพ และดนตรี

การกำกับของเอ็ดเวิร์ด บาซาลเก็ตต์และทีมงานเน้นความสมจริงของสงคราม ฉากต่อสู้ไม่ถูกปรุงแต่งจนเกินจริง แต่ยังคงความระทึกใจ ภาพถ่ายของอังกฤษและเวลส์ในยุคกลางให้ความรู้สึกดิบและโหดร้าย ดนตรีประกอบของจอห์น ลุนน์ (John Lunn) สร้างบรรยากาศที่กดดันและสะเทือนอารมณ์ โดยเฉพาะเพลงธีมที่สื่อถึงความขัดแย้งภายในของอูเทร็ดได้อย่างลึกซึ้ง

บทวิเคราะห์จากกองบรรณาธิการ

เดอะ ลาสต์ คิงดอม ไม่ใช่แค่ซีรีส์สงครามทั่วไป แต่เป็นบทสำรวจเรื่อง ‘ตัวตน’ ที่ถูกท้าทาย อูเทร็ดเป็นตัวแทนของคนที่ไม่มีทางเลือก — เขาไม่ใช่ทั้งแซกซันแท้หรือเดนมาร์กแท้ ความเป็นอื่นนี้ทำให้เขากลายเป็นคนนอกในทุกฝั่ง ซีรีส์ยังสะท้อนให้เห็นว่าศาสนา ความภักดี และอำนาจมักถูกใช้เป็นเครื่องมือ ผลลัพธ์คือการเล่าเรื่องที่ไม่ขาวดำ ตัวละครแต่ละตัวมีเหตุผลของตนเอง แม้แต่ศัตรูก็มีมุมมองที่ควรค่าแก่การเข้าใจ นอกจากนี้ การดำเนินเรื่องที่ยาวถึง 5 ซีซันยังเปิดพื้นที่ให้ผู้ชมได้เห็นการเติบโตของตัวละครอย่างเป็นธรรมชาติ โดยเฉพาะมิตรภาพระหว่างอูเทร็ดและฟินันที่กลายเป็นหนึ่งในคู่หูที่น่าจดจำที่สุดในวงการซีรีส์

สรุป

<p><strong>เดอะ ลาสต์ คิงดอม</strong> เป็นซีรีส์ที่เหมาะสำหรับผู้ชื่นชอบประวัติศาสตร์ สงคราม และการเมืองที่ซับซ้อน หากคุณรัก Game of Thrones แต่ต้องการเนื้อเรื่องที่สมจริงกว่า ซีรีส์นี้คือตัวเลือกที่สมบูรณ์ แม้จะมีช่วงที่ดำเนินเรื่องช้าบ้าง แต่โดยรวมแล้วคุ้มค่ากับการรับชมทุกนาที</p>

ภาพจากหนัง

เดอะ ลาสต์ คิงดอม
เดอะ ลาสต์ คิงดอม
เดอะ ลาสต์ คิงดอม
เดอะ ลาสต์ คิงดอม

👍 จุดเด่น

  • +การแสดงที่ทรงพลัง โดยเฉพาะอเล็กซานเดอร์ เดรย์มอนและเดวิด ดอว์สัน
  • +เนื้อเรื่องเข้มข้น มีมิติทางการเมืองและตัวตน
  • +ฉากต่อสู้สมจริง ดนตรีประกอบยอดเยี่ยม

👎 จุดด้อย

  • บางช่วงของซีซันหลัง ๆ ดำเนินเรื่องช้า
  • จำนวนตัวละครมากอาจทำให้ผู้ชมใหม่สับสน

นักแสดงนำ

คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

สามารถรับชมได้ทาง Netflix ทุกซีซัน รวมถึงภาพยนตร์สรุปตอนจบ 'The Last Kingdom: Seven Kings Must Die'

ทั้งสองเป็นซีรีส์เกี่ยวกับไวกิ้ง แต่ The Last Kingdom มุ่งเน้นการเมืองและการรวมชาติอังกฤษจากมุมมองของตัวละครแซกซันที่เติบโตในวัฒนธรรมไวกิ้ง ในขณะที่ Vikings เน้นตำนานและเทพนิยายนอร์ส

ตัวละครและเหตุการณ์ส่วนใหญ่มีพื้นฐานจากประวัติศาสตร์จริง เช่น กษัตริย์อัลเฟร็ดมหาราชและการรบต่างๆ แต่ตัวละครอูเทร็ดเป็นตัวละครสมมติที่ผูกเรื่องราวเข้าด้วยกัน

ควรดูครบทั้ง 5 ซีซันเพื่อให้เข้าใจการเดินทางของตัวละคร และปิดท้ายด้วยภาพยนตร์ Seven Kings Must Die

บทความที่เกี่ยวข้อง

รักนี้ DNA กำหนด: เมื่อพันธุกรรมกลายเป็นใบ้หวยแห่งรัก
รีวิว

รักนี้ DNA กำหนด: เมื่อพันธุกรรมกลายเป็นใบ้หวยแห่งรัก

ซีรีส์เกาหลีแนวตลก-โรแมนซ์ที่กล้าจับวิทยาศาสตร์มาจับคู่ความรัก แม้พล็อตจะเพี้ยนแต่ก็มีเสน่ห์ในแบบของตัวเอง

Admin· 13 มิ.ย. 2026 ·4 นาที
Prisoner of War: เมื่อเชลยศึกต้องกลายเป็นนักรบ – รีวิวหนังสงครามที่เข้มข้นทุกนาที
รีวิว

Prisoner of War: เมื่อเชลยศึกต้องกลายเป็นนักรบ – รีวิวหนังสงครามที่เข้มข้นทุกนาที

หนังสงครามที่ไม่ได้มีเพียงการต่อสู้ แต่ยังสะท้อนจิตวิญญาณของมนุษย์ภายใต้แรงกดดัน พร้อมฉากแอ็กชันที่ดุเดือดและการแสดงที่ตรึงใจ

Admin· 13 มิ.ย. 2026 ·4 นาที
ซอมบี้สุดป่วน! เมื่อนักเรียนมัธยมตายแล้วกลายเป็นซอมบี้ แต่ดันมีสาวน้อยเนโครแมนเซอร์มาชุบชีวิต | รีวิว 'นี่ไงซอมบี้?'
รีวิว

ซอมบี้สุดป่วน! เมื่อนักเรียนมัธยมตายแล้วกลายเป็นซอมบี้ แต่ดันมีสาวน้อยเนโครแมนเซอร์มาชุบชีวิต | รีวิว 'นี่ไงซอมบี้?'

ซีรีส์อนิเมะคอมเมดี้แนวซอมบี้ที่ไม่เหมือนใคร ผสมผสานแฟนตาซีและไซไฟได้อย่างสนุกสนาน พร้อมตัวละครสุดแสบที่คุณจะหลงรัก

Admin· 13 มิ.ย. 2026 ·4 นาที
เมื่อแว่นกันแดดและหลักฐานคืออาวุธคู่กาย: รีวิว CSI: Miami ซีรีส์ตำรวจนักวิทยาศาสตร์ที่ร้อนแรงกว่าแสงแดด
รีวิว

เมื่อแว่นกันแดดและหลักฐานคืออาวุธคู่กาย: รีวิว CSI: Miami ซีรีส์ตำรวจนักวิทยาศาสตร์ที่ร้อนแรงกว่าแสงแดด

CSI: Miami ไม่ใช่แค่ซีรีส์สืบสวนทั่วไป แต่คือการผจญภัยในโลกอาชญากรรมที่ร้อนระอุของไมอามี่ พร้อมประมวลภาพนักสืบที่ใช้แว่นกันแดดเป็นอาวุธและหลักฐานเป็นหัวใจ

Admin· 13 มิ.ย. 2026 ·4 นาที