Eurovision Song Contest: The Story of Fire Saga (ไฟร์ซาก้า: ไฟ ฝัน ประชัน เพลง) คือหนังตลก-ดนตรีที่ได้รับแรงบันดาลใจจากการประกวดเพลงยูโรวิชันจริง หนังเล่าผ่านสองตัวหลัก Lars และ Sigrit ที่ใฝ่ฝันจะเป็นตัวแทนไอซ์แลนด์ไปประกวด แม้จะไม่ใช่ผลงานที่ดีที่สุดของ Will Ferrell แต่ก็มีเสน่ห์และเพลงที่ติดหู
เนื้อเรื่องย่อ (ไม่สปอยล์ตอนจบ)
Lars Erickssong (Will Ferrell) กับ Sigrit Ericksdottir (Rachel McAdams) เป็นเพื่อนซี้ที่เติบโตมาด้วยกันในหมู่บ้านเล็กๆ ของไอซ์แลนด์ พวกเขามีความฝันเดียวกันคือการเป็นนักร้องและเข้าร่วมการประกวด Eurovision Song Contest หลังจากที่ได้โอกาสเป็นตัวแทนประเทศ พวกเขาต้องเผชิญกับอุปสรรคมากมาย ทั้งคู่แข่งที่เก่งกาจ ความกดดันจากครอบครัว และความสัมพันธ์ของทั้งคู่ที่ถูกทดสอบ
หนังพาเราไปสัมผัสบรรยากาศของการประกวดจริง ตั้งแต่รอบคัดเลือกจนถึงรอบชิงชนะเลิศที่เมืองเอดินบะระ ประเทศสกอตแลนด์ ตัวละครต้องเจอกับทั้งเรื่องตลกและดราม่าในแบบฉบับของหนังตลกครอบครัว
งานการแสดงและตัวละคร
Will Ferrell ในบท Lars เป็นตัวละครที่มั่นใจเกินเหตุ แต่กลับน่ารักในแบบของเขา แม้บางครั้งมุกตลกจะดูยัดเยียด แต่ก็ยังสร้างเสียงหัวเราะได้บ้าง Rachel McAdams ทำหน้าที่ของเธอได้ดีในบท Sigrit สาวน้อยผู้มีพลังเสียงอันไพเราะและจิตใจดี เธอช่วยสร้างสมดุลให้กับความบ้าบิ่นของ Lars ได้อย่างลงตัว
นักแสดงสมทบอย่าง Pierce Brosnan ที่รับบทพ่อของ Lars ก็ทำได้ดีในบทที่จริงจังขึ้น ส่วน Dan Stevens ในบท Alexander Lemtov นักร้องจากรัสเซียที่ดูหล่อเหลาแต่แอบมีเล่ห์เหลี่ยม ก็เพิ่มสีสันให้กับเรื่อง
งานกำกับ ภาพ และดนตรี
ผู้กำกับ David Dobkin ที่เคยฝากผลงานอย่าง Wedding Crashers และ The Judge มาคราวนี้เขาพยายามผสมผสานความตลกเข้ากับเรื่องราวของดนตรีและความฝัน ภาพรวมของหนังดูสนุกและมีชีวิตชีวา โดยเฉพาะฉากการแสดงที่ถ่ายทำออกมาได้อลังการสมกับเป็นการประกวดระดับโลก
จุดเด่นที่สุดของหนังคือเพลงประกอบที่สร้างขึ้นมาใหม่ทั้งหมด มีทั้งเพลงแนวป๊อปแดนซ์อย่าง 'Double Trouble' และ 'Lion of Love' ซึ่งติดหูและชวนให้โยกตาม ถึงแม้บางเพลงจะดูเกินจริง แต่ก็เข้ากับบรรยากาศของหนัง
บทวิเคราะห์จากกองบรรณาธิการ
Eurovision Song Contest: The Story of Fire Saga เป็นหนังที่ตั้งใจเสียดสีวงการประกวดเพลงและความเป็นป๊อปสตาร์ แต่กลับไม่กล้าเสียดสีถึงขั้นเฉียบคม หนังเลือกเดินสายกลางระหว่างตลกโปกฮากับดราม่าครอบครัว ทำให้บางครั้งอารมณ์ไม่ต่อเนื่อง
นอกจากนี้ หนังยังใช้เวลานานเกินไปในการปูเรื่องในช่วงแรก กว่าจะถึงการประกวดจริงๆ ก็เกือบครึ่งเรื่อง แต่เมื่อถึงช่วงประกวด หนังกลับมีจังหวะที่สนุกและน่าติดตาม โดยเฉพาะการแสดงที่อลังการและบทเพลงที่สร้างสรรค์
สรุป
Eurovision Song Contest: The Story of Fire Saga เป็นหนังตลก-ดนตรีที่เหมาะสำหรับคนที่ชอบ Will Ferrell หรือสนใจการประกวดเพลงยูโรวิชัน ถึงแม้จะไม่สมบูรณ์แบบ แต่ก็มีเพลงสนุกและช่วงเวลาที่อบอุ่นให้ชม เหมาะสำหรับดูเพลินๆ ในวันสบายๆ
ภาพจากหนัง
👍 จุดเด่น
- +เพลงประกอบสนุกและติดหู
- +เคมีระหว่าง Will Ferrell และ Rachel McAdams ลงตัว
- +บรรยากาศการประกวดตื่นเต้น สีสันสวยงาม
👎 จุดด้อย
- −มุกตลกหลายมุกไม่เข้าท่า
- −ช่วงต้นเรื่องยืดเยื้อ ดำเนินเรื่องช้า
นักแสดงนำ
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
ไม่ใช่เรื่องจริง แต่ได้แรงบันดาลใจจากการประกวดเพลง Eurovision จริงๆ ตัวละครและเหตุการณ์สมมติขึ้นทั้งหมด
มีหลายเพลง เช่น Double Trouble, Lion of Love, Husavik (My Hometown), Volcano Man เป็นต้น
สตรีมมิ่งบน Netflix เท่านั้น